เกี่ยวกับโครงการ

ความเป็นมา
         
       ตามที่กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้ดำเนินการออกกฎกระทรวงว่าด้วยกำหนดประเภทหรือขนาดของอาคาร และมาตรฐานหลักเกณฑ์และวิธีการในการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงานตามมาตรา 19 แห่ง พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2550 เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพใช้พลังงานในภาคอาคาร ที่มีสัดส่วนการใช้พลังงานค่อนข้างสูง โดยดำเนินการประหยัดพลังงานตั้งแต่เริ่มต้นออกแบบอาคารให้มีการประหยัดพลังงาน ด้วยการออกแบบอาคารที่สามารถกันความร้อนเข้าสู่อาคารให้น้อยลง และเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพการป้องกันความร้อนได้สูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นโยบายด้านพลังงานของประเทศ ได้กำหนดกลยุทธ์ด้านการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งมีมาตรการทั้งทางด้านบริหาร ด้านสังคม และด้านกฎหมาย เพื่อกำกับ ดูแล และส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัด ให้กับภาครัฐและภาคเอกชน โดยเป้าหมายตามแผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปีนั้น ได้กำหนดให้ลดความเข้มข้นการใช้พลังงานหรือ Energy Intensity ลง 25% ในปี 2573 เมื่อเทียบกับปี 2548 หรือเทียบเท่าการลดการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายลง 20%  ในปี 2573 หรือประมาณ 30,000 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (ktoe) ประกอบกับ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2554 ให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง ให้ความร่วมมือและการตรวจประเมินแบบอาคารที่จะก่อสร้างใหม่ ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการออกแบบอาคารฯ โดยอาคารที่จะก่อสร้างใหม่หรืออาคารเดิมที่มีการดัดแปลงเพิ่มเติมส่วนของอาคารขนาดพื้นที่รวมกันทุกชั้นในหลังเดียว ขนาดตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตร ต้องออกแบบให้เป็นไปตามมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์พลังงาน ในประเด็นดังนี้
         
        1. ระบบกรอบอาคาร ได้แก่
               - ค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของผนังอาคาร (OTTV)
               - ค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของหลังคาอาคาร (RTTV)
         2. ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง
         3. ระบบปรับอากาศ
         4. อุปกรณ์ผลิตน้ำร้อน
         5. การใช้พลังงานโดยรวมของอาคาร
         6. การใช้พลังงานหมุนเวียนในระบบต่างๆ ในอาคาร

        ภาพรวมที่ผ่านมาของงานออกแบบ ก่อสร้าง ใช้สอยอาคาร ดูแลและบำรุงรักษาอาคาร โดยเฉพาะอาคารของส่วนราชการ ในทุกขั้นตอนจะถูกกำหนดด้วยกรอบงบประมาณ และเวลาที่ใช้ดำเนินการในแต่ละขั้นตอน โดยเฉพาะงานใช้สอย ดูแลบำรุงรักษา มักถูกมองข้าม และไม่ให้ความสำคัญ ถ้าพิจารณาตั้งแต่เริ่มงาน การกำหนดแนวคิด และการออกแบบ มักจะทำกันตามที่เคยทำกันมา ขาดการพัฒนาแบบโดยคำนึงถึงการใช้สอยให้เกิดประโยชน์สูงสุด และลดค่าใช้จ่ายของอาคารได้ในระยะยาว ตัวอย่างเช่น การออกแบบระบบปรับอากาศที่ยังคงใช้ระบบที่มีประสิทธิภาพต่ำ ทั้งที่สามารถออกแบบจัดให้ใช้ระบบที่มีประสิทธิภาพดีกว่าเกือบเท่าตัวได้  รากของปัญหาส่วนหนึ่งมาจากการทำงานในลักษณะที่แยกส่วน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในงานออกแบบ สถาปนิก วิศวกรโครงสร้าง และวิศวกรงานระบบ ขาดการวางแผนกำหนดหลักการแนวคิดของโครงการร่วมกันตั้งแต่ต้น ทำให้ต่างคนต่างจำเป็นต้องเลือกใช้รูปแบบที่สามารถปรับเปลี่ยนไปตามรูปแบบของผู้ออกแบบคนอื่นได้ง่ายเป็นหลัก ทำให้รูปแบบที่ได้ของทุกระบบมักจะมีประสิทธิภาพในเชิงการใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของระบบต่ำ  จากข้อมูลสัดส่วนการใช้พลังงานในอาคารส่วนใหญ่ 60% เป็นภาระโหลดของระบบปรับอากาศซึ่งส่วนใหญ่มาจากกรอบอาคาร โดยการออกแบบระบบกรอบอาคารให้มีค่าการถ่ายเทความร้อนต่ำกว่าค่าที่ระบุในมาตรฐานจะทำให้ทางอาคารสามารถลดค่าการใช้พลังงานไฟฟ้าลงได้ การออกแบบอาคารให้มีประสิทธิภาพสูงนั้น ผู้ออกแบบอาคารต้องมีความรู้ความเข้าใจในทักษะทางด้านการออกแบบอาคารและทักษะทางด้านการถ่ายเทความร้อนของอาคารผ่านกรอบอาคารและวัสดุต่างๆ รวมถึงต้องมีความเข้าใจในการเลือกใช้อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง ลักษณะการติดตั้งใช้งาน ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้เป็นตัวแปรที่มีผลต่อการอนุรักษ์พลังงานภายในอาคาร  การพัฒนาเพื่อสร้างต้นแบบอาคารอนุรักษ์พลังงานสำหรับภาครัฐ เพื่อศึกษาและประเมินผลแบบอาคาร ให้มีความสอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ในประเทศไทย โดยการศึกษาถึงวัสดุที่เหมาะสมที่นำมาใช้ร่วมในการก่อสร้าง และวัสดุทางเลือกที่ประหยัดพลังงาน ประกอบด้วยปัจจัยที่ทำการศึกษา 3 ด้านคือ ปัจจัยด้านกายภาพ เช่น การวางผังอาคาร และการเลือกใช้วัสดุ ปัจจัยด้านเศรษฐศาสตร์ คำนึงถึงความคุ้มทุน และการเลือกใช้ที่ดินให้เหมาะสมกับรูปแบบอาคาร และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงการจัดการขยะ และสิ่งปฏิกูลอย่างถูกวิธี


วัตถุประสงค์
    1. เพื่อศึกษาและสร้างต้นแบบอาคารอนุรักษ์พลังงานภาครัฐ      
    2. เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือคณะทำงานวิชาการด้านการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานหรือองค์กรวิชาชีพต่างๆ ในการพัฒนาองค์ความรู้ในการออกแบบอาคารอนุรักษ์พลังงาน
    3. เพื่อเผยแพร่ ถ่ายทอด องค์ความรู้ ต้นแบบอาคารอนุรักษ์พลังงานสำหรับภาครัฐ ให้แก่ เจ้าของอาคาร ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา ผู้ก่อสร้าง ฯลฯ